ของฝากจากครูกอบวิทย์ เตรียมความฟิต พิชิตการสอบ

          ห่างหายไปนานพอสมควร สำหรับบทความจากครูกอบวิทย์ เพราะครูเองก็มีภารกิจมากมาย วันนี้พอมีเวลาว่่างเลยแบ่งเวลา นำเรื่องราวสิ่งดีดีที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกศิษย์ของครูมาแบ่งปันกัน 

          ช่วงนี้หลายๆคนคงกำลังเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบปลายภาค  ครูกอบวิทย์  เลยมีข้อคิดดีดี เผื่อจะเป็นแนวทางให้กับลูกศิษย์ของครูได้ เพราะวันหนึ่งครูก็เคยเป็นนักเรียนมาก่อนและรู้ว่า รสชาติของการอ่านหนังสือตอนจะสอบมันเป็นอย่างไร จะมีสักกี่คนที่จะทยอยอ่านหนังสือล่วงหน้า ตั้งแต่ยังไม่สอบ ยอมรับมาตามตรงเลยดีกว่า ว่าส่วนใหญ่ก็อ่านก่อนสอบกันทั้งนั้น (จริงไหม?) ครูเลยอยากที่จะนำประสบการณ์การอ่านหนังสือของครูที่ครูใช้แล้วประสบความสำเร็จ มาเป็นแนวทางให้พวกเราลองทำกันดูครับ ซึ่งมีเทคนิคเด็ดๆ ดังนี้

ข้อที่ 1. วางแผนการดูหนังสือ   หลังจากที่เราได้ตารางสอบแล้ว เราลองมาวางแผนซิว่า เราจะอ่านหนังสือวิชาไหนก่อน และจะอ่านวิชาอะไร วันไหน  ส่วนใหญ่โรงเรียนจะหยุดให้เราอ่านหนังสืออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้ดี ซึ่งจะช่วยให้เราอ่านหนังสือได้ครบทุกวิชาตามเป้าหมาย

ข้อที่ 2 หลังจากวางแผนดูหนังสือแล้ว ให้รวบรวมหนังสือ  ใบงาน  แบบฝึกหัด  ชีท  หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ครูใช้สอนในห้องเรียนแต่ละวิชามารวมไว้เป็นตั้งๆ ตั้งละ 1 วิชา แล้วเรียงลำดับตามลำดับวิชาที่สอบในแต่ละวัน

ข้อที่ 3    เตรียม ดินสอ/ปากกา และปากกาเน้นข้อความไว้สำหรับการขีดๆเขียนๆเวลาอ่าน (แต่เวลาอ่านหนังสือส่วนตัวแล้วครุชอบใช้ดินสอ เพราะเขียนลื่นดี แล้วก็ลบง่ายด้วย) นอกจากนี้ควรเตรียมกระดาษว่างๆไว้ด้วย สำหรับใช้จดบันทึกเรื่องสำคัญๆที่อาจารย์เน้นบ่อยๆ

ข้อที่ 4 เตรียมหนังสือและอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือการเตรียมตัวเตรียมใจ ให้มีสติ  สมาธิ ให้พร้อมต่อการอ่านหนังสือ ครูว่าจริงนะที่บอกว่าเวลาอ่านหนังสือมันต้องมีอารมณ์ ต่อให้อ่านแทบตาย คิดแต่ว่าอ่านให้มันจบๆไป ให้ได้ชื่อว่าอ่านหนังสือแล้วเท่านั้น เราก็จำไม่ได้หรอก เสียเวลาเปล่าๆ เพราะฉะนั้นต้องตั้งสติให้ดี พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนนะ ถ้าหากยังไม่พร้อมรู้สึกขี้เกียจอยู่ ลองไปอาบน้ำ ทานข้าว ดื่มน้ำ ดูทีวีสักพัก แล้วกัลมาอ่านใหม่จะช่วยให้ดีขึ้น

ข้อที่ 5 หลายๆคนมักคิดว่า ทำไมอ่านเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง อ่านเท่าไหร่ก็ไม่จำสักที อ่านหลายรอบแล้วแต่ยังไม่เข้าหัวสักที อันนี้ต้องถามตัวเองว่าอ่านแบบไหน ถ้าอ่านเรื่อยๆให้มันจลเล่มไปงั้นๆ มันก็จะจำได้อย่างไร เพราะเราอ่านแต่เราไม่ได้คิดตามไปด้วย เวลาอ่านเราต้องคิดตาม จินตนาการเป็นภาพ หรืออ่านแล้วขีดเส้นใต้สิ่งที่สำคัญไปด้วยจะช่วยได้มาก

ข้อที่ 6 หาดอยู่คนเดียวลองอ่านดังๆ เหมือนคุยกับตัวเองสอนตัวเอง ให้ตัวเองจำ (อันนี้ครูใช้บ่อย) แต่แนะนำว่าควรอยู่คนเดียวไม่งั้นใครเขาจะหาว่าบ้าได้  นอกจากนี้การนั่งกับเพื่อนหลายๆคน แล้วพลัดกันติวก็ช่วยได้ ผลัดกันอธิบาย ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบ สนุกดีไปอีกแบบ แถมไม่เหงาอีกด้วย แต่อย่ามัวเม้านอกเรื่องล่ะ

ข้อที่ 7 ต้องหาหลักช่วยในการจำและในการทำความเข้าใจในการอ่านหนังสือ อันนี้ขึ้นอยู่กับวิชาด้วย   

ถ้าเป็นวิชาที่จำเยอะๆ เช่นสังคม  ภาษาไทย สุขศึกษา  ชีววิทยา  เราต้องหาหลักการจำ โดยเป็นหลักของเราเองที่เกี่ยวกับสิ่งใกล้ตัวของเรา เช่น ครูจะแนะนำให้ ม.5 ท่องสเปกตรัมของดาวฤกษ์จากอุณหภูมิสูงไป-ต่ำ ซึ่งเป็นตัวอักษาภาษาอังกฤษ 7 ตัว ได้แก่ O B A F G K M ซึ่งครูให้ท่องว่า โอ-บา(มา)-(เป็น)แฟน-กู-(เป็น)กิ๊ก-มึง เป็นต้น จะช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้นจริงๆนะ ลองดูสิ   

แต่ถ้าเป็นวิชาพวกคำนวณ เช่น คณิต  ฟิสิกส์ เคมี  อันนี้ต้องจำสูตรให้ได้ พอเห็นโจทย์ปูีบ ต้องรุ้ว่า 1.โจทย์กำหนดอะไรมาให้บ้าง 2.โจทย์ให้หาอะไร 3. จะใช้สูตรอะไร  ซึ่งการทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ จะช่วยเราได้มาก เพราะบางทีครูก็ออกข้อสอบจากโจทย์ที่ครูสอนนั้่นแหละแค่เปลี่ยนตัวเลขนิดหน่อย

ข้อที่ 8 อย่าอ่านแค่รอบเดียวแล้วพอ คงจะยากที่อ่านรอบเดียวแล้วจำได้ แต่ครุก็เข้าใจครับว่าบางทีเราต้องใช้เวลาอ่านวิชาอื่นต่อ มัวมาอ่านอยู่วิชาเดียวแล้ววิชาอื่นก็ไม่ได้อ่าน แถมบางครั้งก็ขี้เกียจอ่านรอบสองเพราะมันเยอะ  ครุแนะนำอย่างนี้ครับ การอ่านหนังสือควรอ่านอย่างน้อย 2 รอบ โดยอ่านรอบแรกเป็นการอ่านแบบคร่าวๆ ทั้งหมด ซึ่งขณะอ่านเราควรจดประเด็นที่สำคัญ เหมือนสรุปย่อไว้้ด้วย ย่อไว้เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆที่พกพาสะดวก  เพื่อไว้สำหรับอ่านรอบที่ 2 ซึ่งเราจะไม่อ่านจากหนังสือแล้ว แต่จะอ่านจากโน้ตย่อของเราที่สรุปไว้ โดยอ่านแบบเก็บรายละเอียด ท่องให้ขึ้นใจ วิธีแบบนี้ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจในการอ่านอีกรอบเพราะดูไม่เยอะเกินไป แถมยังพกพาไปอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ในขณะนั่งรถเมล์ หรือนั่งส้วมก็ได้ ลองดูสิ      

ข้อที่ 9  หากอ่านหนังสือไปเรื่อยๆแล้วหิว  ปวดตา  ปวดหัว หรือง่วง จงอย่าฝืนเพราะขืนทนต่อไปมีแต่ผลเสีย คืออ่านไม่รู้เรื่อง ไม่จำ ทำลายสุขภาพ แล้วทำให้อ่อนเพลียในวันสอบจริงอีกด้วย ถ้าไม่ไหวให้หยุดพัก ถ้าง่วงให้นอนสักงีบแล้วตื่นมาอ่านต่อ  เชื่อไหมว่า การอ่านหนังสือในตอนเช้าจะจดจำได้ดีกว่าตอนดึก เพราะสมองเราได้พักผ่อนเต็มที่ ปลอดโปร่งพร้อมรับสิ่งใหม่ หาดอ่านแล้วเบื่อลองเปลี่ยนอิริยาบถสักพักแล้วกลับมาอ่านต่อก็ได้นะจ๊ะ

ข้อ 10 อย่าหักโหมอ่านหนังสือจนดึกดื่นในคืนก่อนสอบ เพราะตื่นเช้ามาสอบจะทำให้มึนๆ เบลอๆ ง่วงๆ ไม่มีสมาธิ ทำให้ทำข้อสอบได้ไม่ดีนะ

 ฝากอีกนิดเวลาสอบ

ข้อ 1 ไปถึงห้องสอบก่อนเวลา  เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมปากกา  อุปกรณ์การเขียน เหลาดินสอให้เรียบร้อย

ข้อ 2 บริหารเวลาในการทำข้อสอบให้พอดี ดูว่าข้อสอบมีกี่ข้อ เวลากี่นาที  ข้อไหนมีคะแนนมากควรทำก่อน

ข้อ3 หากทำข้อสอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ อย่าไปเสียเวลา ให้ข้ามไปทำข้ออื่นก่อน  ถ้าเป็นแบบเขียน ให้พยายามเขียนให้ได้ นิดหน่อยก็ยังดี ถ้าไม่เขียนครูก็ไม่รู้จะให้คะแนนจากไหน

ข้อ 4 ก่อนสอบลองหลับตา ทำใจให้สงบ หายใจลึกๆ ยาวๆ สัก 5-6 ที จะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น

ข้อ 5  การอ่านโจทย์ ให้อ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่าสะเพร่า และควรอ่านคำตอบแต่ละข้ออย่างถี่ถ้วนเช่นกัน หากเห็นตัวเลือก “ถูกทุกข้อ” ให้ระวังอย่าไปกา เพราะบางครั้งรู้ไหมว่า พอครูออกข้อสอบแล้วคิดตัวเลือกได้แค่ 3 ตัวเลือก แต่คิดตังที่ 4 ไม่ออก ก็จะใส่่ตัวลวงว่าถูกทุกข้อ หรือไม่มีข้อถูกลงไป  

ข้อ 6 อย่ารีบส่งข้อสอบ ควรใช้เวลาสอบให้คุ้มค่า เพราะทุกคะแนนมีความหมาย ก่อนส่งข้อสอบควรเช็คกระดาษคำตอบให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าทำครบทุกข้อ อาจตรวจทานคำจอบแจ่ละข้ออีก 1 ครั้งก่อนส่ง

ข้อ 7 เมื่อออกจากห้องสอบ อย่ามัวคุยกับเพื่อ เรื่องข้อสอบวิชาที่สอบไปแล้วว่าตอบอะไร ตนเองตอบถูกหรือผิด และไม่ต้องมัวไปเปิดหนังสือเพื่อหาคำตอบวิชาที่สอบไปแล้ว ควรเอาเวลาไปเตรียมสอบวิชาถัดไปจะดีกว่า

         ที่ครูเล่ามานี้ เป็นสิ่งที่ครูทำแล้วประสบความสำเร็จแล้วนำมาเล่าสุ่กันฟัง ก็หวังว่าคงพอจะเป็นแนวทาง ให้กับลูกศิษย์ของครูได้บ้างนะครับ  ลองอ่านแล้วเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง ลองดูก็ได้ไม่เสียหาย ลองนำหลายเทคนิคมาผสมผสานกัน แล้วได้ผลอย่างไรก็นำมาเล่าให้ครูฟังด้วยนะ  สุดท้ายนี้ครูขออวยพรให้ลูกศิษย์ของครุและผู้ที่อ่านบทความนี้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ ได้คะแนนดีดี เกรด 4 ถ้วนหน้านะครับ….. สวัสดี

Advertisements

Posted on กันยายน 17, 2010, in Uncategorized. Bookmark the permalink. 4 ความเห็น.

  1. ^^ ขอบคุณมากเลยค่ะอาจารย์ วันอังคารนี้หนูก็จะสอบชีวะเเล้ว ต้องใช้เวลาในการอ่านให้เข้าใจใหม่อีก (เพราะว่าช่วงที่เรียนหนูไม่ค่อยได้มาร.ร.)
    แล้วต้องมาจำอีก รู้สึกลำบากใจค่ะ ได้มาอ่านบทความของอาจารยืรู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจอ่านหนังสือมั้งเเล้ว ขอบคุณนะคะ ^^

  2. ชื่นชม ในความมุ่งมั่นตั้งใจของครูกอบวิทย์ ขอลิ้งสิ่งดี ๆไปให้ศิษย์ๆศรีสวัสดิ์ฯน่านได้อ่านด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

  3. Thank you teacher Kobwit I am not your studen but thank for information I will use in my read beacause i will test in January

    Thank so much

  4. ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: