กิจกรรมวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นม.2

โครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง การทำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ชนิดหนึ่ง ที่ผู้ทำโครงงานจะต้องนำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (secientific method) และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (science process) มาใช้เพื่อศึกษาหาทางแก้ปัญหาเรื่องใหม่ ๆ หรือประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ โดยผู้ทำโครงงาน เป็นผู้คิดเรื่องหรือเลือกเรื่องที่ต้องการศึกษา มีการวางแผนดำเนินการ (ลงมือปฏิบัติ) บันทึกผล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และเสนอผลงานด้วยตนเอง ตั้งแต่ต้นจนสำเร็จทุกขั้นตอน

           ขั้นที่ 1 การคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา
          ขั้นตอนนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุดและยากที่สุด ตามหลักการแล้วนักเรียนควรจะเป็นผู้คิดและเลือกหัวข้อเรื่องที่จะศึกษาด้วยตนเอง แต่ครูอาจมีบทบาทหรือมีส่วนช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถคิดหัวข้อเรื่องได้ด้วยตนเอง ดังจะได้กล่าวต่อไปกิจกรรมการเรียนการสอนผ่าน Blog เริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.2  ให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้

          ขั้นที่ 2 การวางแผนในการทำโครงงาน
           ได้แก่ การวางแผนวิธีดำเนินงานในการศึกษาค้นคว้าทั้งหมด เช่น วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบการทดลอง และควบคุมตัวแปร วิธีดำเนินการรวบรวมข้อมูล การวางแผนปฏิบัติงานอย่างคร่าว ๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้างเป็นขั้นตอน แล้วนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม และขอความเห็นชอบ

          ขั้นที่ 3 การลงมือทำโครงงาน
           ได้แก่ การลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้วในขั้นที่สองนั่นเอง ประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างหรือการประดิษฐ์ การปฏิบัติการทดลอง ซึ่งสุดแล้วแต่จะเป็นโครงงานประเภทใดและการค้นคว้าจากเอกสารต่าง ๆ แล้วดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งความหมายของข้อมูล และสรุปผลของการศึกษาค้นคว้า

           ขั้นที่ 4 การเขียนรายงาน
           เป็นการเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นเอกสาร เพื่ออธิบายให้ผู้อื่นทราบรายละเอียดทั้งหมดของการทำโครงงาน ซึ่งจะประกอบด้วยปัญหาที่ทำการศึกษาวัตถุประสงค์ของการศึกษา วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ ผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ตลอดจนประโยชน์และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นั้น ๆ วิธีเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ก็มีลักษณะและแนวทางในการเขียน เช่นเดียวกับการเขียนรายงานผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์นั่นเอง

           ขั้นที่ 5 การแสดงผลงาน
           เป็นการเสนอผลงานที่ได้ศึกษาค้นคว้าสำเร็จลงแล้วให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ ซึ่งอาจกระทำได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดนิทรรศการ การสาธิตแสดงประกอบการรายงานปากเปล่า ฯลฯ

           ในการจัดแสดงผลงานของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ครูอาจกระทำได้ในหลายระดับ เช่น 
           - การจัดเสนอผลงานภายในชั้นเรียน
           - การจัดแสดงนิทรรศการภายในโรงเรียนเป็นการภายใน
           - การจัดแสดงนิทรรศการในงานประจำปีของโรงเรียน
           - การส่งโครงงานเข้าร่วมในงานแสดงหรือประกวดภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ เช่น ระดับกลุ่มโรงเรียน ระดับจังหวัด  ระดับเขตการศึกษา และระดับชาติ เป็นต้น

ข้อมูลจาก  http://entertain.tidtam.com/data/12/0056-1.html

ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง “การใช้พืชทะเลลดความเค็มของดิน”

ที่มาและความสำคัญและปัญหา
              จากการที่มีการเลี้ยงกุ้งกัน ทำให้มีการแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง ออกสู่พื้นที่ใกล้เคียงทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ผู้ทำโครงงานเห็นว่ามีพืชบางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้บริเวณดินเค็มริมฝั่งทะเล จึงคิดว่าน่าจะนำพืชเหล่านั้นมาดูดซับเกลือที่แพร่กระจายออกมาจากนากุ้งได้ซึ่งจะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้
 
จุดมุ่งหมายของการศึกษา สมมติฐาน

             พืชที่เจริญได้ดีบริเวณชายฝั่งทะเล สามารถลดมลพิษจากการแพร่กระจายของเกลือที่เกิดจากการทำนากุ้ง

ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง

- ตัวแปรต้น พืชทะเลบางชนิด
– ตัวแปรตาม การลดความเค็มของดิน
– ตัวแปรควบคุม ภาชนะที่ใช้ในการทดลอง, ปริมาณดินที่ใช้ในการทดลอง

 วิธีการวิเคราะห์ความเค็ม

1. วิเคราะห์โดยการสังเกตุการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าวในดินเค็ม ถ้าข้าวไม่เจริญแสดงว่าดินเค็ม ถ้าข้าวเจริญแสดงว่าดินไม่เค็ม
2. วิเคราะห์จากการหาปริมาณ AgNO3 ที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา ถ้ามีปริมาณ AgNO3 มาก แสดงว่ามีเกลือมาก

 วิธีการทดลอง

1. สำรวจชนิด และปริมาณพืชที่ขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเล เพื่อจะคัดเลือกพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณชายฝั่งทะเลมาลดมลพิษการแพร่กระจายของเกลือ
2. ทดลองศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับความเค็มของผักบุ้งทะเลและถั่วทะเลโดยใช้ดินจากนากุ้ง
3. ทดลองปลูกผักบุ้งทะเลและถั่วทะเลบริเวณที่ว่างเปล่าริมนากุ้ง
4. ทดลองศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับความเค็มของผักบุ้งทะเลและถั่วทะเลโดยใช้ดินเลนจากก้นบ่อกุ้ง
5. ทดลองศึกษาปริมาณเกลือในต้นผักบุ้งทะเลที่ขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลเปรียบเทียบกับผักบุ้งทะเลที่ขึ้นบริเวณดินปกติ (ปกติ คือ ดินที่อยู่***งไกลจากทะเล)

 ผลการวิเคราะห์และวิจารณ์ผล

1. พืชทะเลมี 10 ชนิด คือ ผักบุ้งทะเล, ถั่วทะเล, งับพริก, คดดินสอ, แพงพวย, ปอทะเล, บุกรอ, หูกวาง, แห้วหมู, หญ้าหนวดกุ้ง และพบว่า ผักบุ้งทะเลและถั่วทะเลเจริญเติบโตได้ดีจึงนำพืชทั้ง 2 ชนิดมาดูดซับเกลือ
2. การนำผักบุ้งทะเลและถั่วทะเลดูดซับเกลือในปล้องบ่อได้จริง ในระยะเวลา 120 วัน
3. การทดลองดูดซับเกลือในแปลง พบว่าดูดซับเกลือได้เช่นกันในเวลา 120 วัน
4. แม้ใช้ดินเลนที่มีขี้กุ้งมาปลูกผักบุ้งทะเลก็ยังสามารถเจริญได้ดีและดูดซับเกลือได้
5. ผลการวิเคราะห์ในลำต้นผักบุ้งที่ขึ้นริมฝั่งทะเลมีเกลือมากกว่าผักบุ้งที่ขึ้นบริเวณดินไม่เค็ม

ประโยชน์ของโครงงาน

             จากการศึกษาพบว่าพืชทั้ง 2 ชนิด คือ ผักบุ้งทะเลและถั่วทะเล สามารถลดความเค็มของดินได้จริงดังนั้นผู้ทำโครงงานจึงคิดว่า ควรจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2 อย่าง คือ
1. นำไปลดความเค็มของดินบริเวณนาที่มีการเลี้ยงกุ้ง
2. อาจนำไปลดความเค็มของดินที่แพร่กระจายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยได้ (แต่ยังไม่มีการทดลอง)
ที่มา : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กิจกรรมที่มอบหมาย

1. เพื่อศึกษาหาชนิดและปริมาณของพืชทะเล นำมาลดมลพิษจากแพร่กระจายของเกลือ
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ การดูดซับความเค็มของผักบุ้งทะเลและถั่วทะเล โดยใช้ดินที่ได้จากนากุ้ง
3. เพื่อศึกษาการปลูกผักบุ้งทะเล และถั่วทะเลบริเวณว่างเปล่าริมนากุ้งเพื่อลดความเค็ม
4. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ การดูดซับความเค็มของผักบุ้งทะเลและถั่วทะเล โดยใช้ดินเลนจากก้นบ่อกุ้ง
5. เพื่อศึกษาหาปริมาณเกลือในต้นผักบุ้งทะเลที่บริเวณชายฝั่งทะเล เปรียบเทียบกับผักบุ้งทะเลที่อยู่***งไกลชายฝั่งทะเล

1. แนะนำตนเอง โดยบอก ชื่อ  ชั้น  เลขที่ คติประจำใจและอาชีพที่ใฝ่ฝัน โพสต์บนกระดานข้อความใน Facebook ของครูกอบวิทย์

2. จากตัวอย่างของโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ครูกำหนดให้ ให้นักเรียนวิเคราะห์และตอบคำถามว่า

      1)   โครงงานวิทยาศาสตร์นี้ เป็นโครงงานประเภทใด

      2)   ที่มาของโครงงานนี้เกิดจากปัญหาใด

      3)   ให้วิจารณ์ว่าโครงงานวิทยาศาสตร์นี้ มีความถูกต้องตามขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์หรือไม่ อย่างไร

      4)   ถ้าครูกำหนดให้นักเรียนศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์นี้ต่อ นักเรียนจะศึกษาต่อยอดเรื่องอะไรต่อไป 

       โดยให้นักเรียนโพสต์คำตอบลงในช่อง Post comment ด้านล่างของ Blog นี้ พร้อมใส่ชื่อ ชั้นและเลขที่ ให้เรียบร้อย

3. ใช้โปรแกรม Powerpoint  จัดทำสไลด์นำเสนอประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 สไลด์ แล้ว Save เป็นไฟล์ .jpg  จากนั้น Save แล้วนำภาพนั้นมา Post ส่งครู บนกระดานข้อความใน Facebook ของครูกอบวิทย์

4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดำเนินการศึกษาค้นคว้า สำรวจข้อมูลตามปัญหาที่สนใจ แล้วจัดทำรายงานตามรูปแบบที่ครูกำหนด โดยคลิ๊กที่นี่เพื่อดาวน์โหลด ตัวอย่างรูปแบบการทำโครงงานวิทยาศาสตร์  จัดทำรูปเล่มให้เสร็จเรียบร้อน แล้วปริ้นท์ส่งครู ภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 (ควรนำมาให้ครูดูและปรึกษาครูเป็นระยะ)

About these ads

Posted on กุมภาพันธ์ 4, 2011, in Uncategorized. Bookmark the permalink. 31 ความเห็น.

  1. ด.ญ.นฤมล บุญเจริญ

    สวัสดรค่ะคุณครูกอบวิทย์ หนูชื่อด.ญ.นฤมล บุญเจริญ ชั้นม.2/12 เลขที่ 12 คติประจำใจ คือ ค้นหา แสวงหา และมุ่งมั่น อาชีพที่ใฝ่ฝัน นักร้อง และคุณครู

  2. ด.ช. ฉันท์ทาพัฒน์

    1. ตอบ เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2. ตอบ เกลือจากนากุ้งนั้นซึมออกมาในดินทำให้สิ่งแวดล้อมไม่ดี
    3. ตอบ ไม่ถูกต้องเพราะขาดการสรุป
    4. ตอบ หาพืชทะเลชนิดอื่นเพิ่มเรื่อยๆและหาวิธีอื่นที่ง่ายกว่าในการช่วยลดปัญหาดินเค็ม

  3. ด.ญ.นฤมล บุญเจริญ

    1.ทดลอง
    2.เกิดจากที่มีการเลี้ยงกุ้งทำให้เกลือเพิ่มขึ้นพืชบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในความเค็มก็เกิดขึ้น
    3.ถูกต้อง เพราะ ขั้นตอนที่ใช้ในการทดลองก็มีครบทุกอย่าง
    4.เรื่องของกรด-เบสในน้ำว่าเป็นอย่างไร

  4. ด.ญ.พรรณี แก้วขำ

    1.เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2.การแพร่กระจายของเกลือในนากุ้ง
    3.เหมือน เพราะ มีการตั้งสมมติฐาน มีตัวแปร มีการวิเคาะห์ และมีการสรุปผลการทดลอง เหมือนกัน
    4.โครงงานเรื่องการเจริญเติบโตของพืชในดินเค็มริมฝั่งทะเล

  5. 1) โครงงานแบบ ทดลอง
    2) ปัญหาคือ บริเวณนั้นมีเกลือ หรือความเค็ฒ เยอะเกินไป
    3) ถูกต้อง คือ มีการตั้งสมมติฐาน ก่อนเป็นอันดับแรก และวิธีการทดลอง ทำการทดลอง สรุปผลการทดลอง
    4) ศึกษาพืชชนิดอื่นที่สามารถดูดซับเกลือได้ดีกว่าต้นที่ใช้อยู่ ณ ตอนนี้

  6. ด.ช.สุวิจักขณ์ นิลกรณ์

    1 เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2 การที่คนเลี้ยงกุ้งกันมาก ทำให้มีการเเพร่กระจายของเกลือออกจากนากุ้งทำให้เกิดผลกับสิ่งเเวดล้อมอื่น
    3 ไม่ครบขาดสรุปผลการทดลอง
    4 หาวิธีที่ทำให้เกลือไม่ออกจากนากุ้ง

  7. วรารัตน์ มาตราช

    1. โครงงานประเภท ทดลอง
    2. เกิดจากปัญหา น้ำที่เลี้ยงกุ้งกันมีความเค็มทำให้เกลือกระจายออกจากพื้นที่ใกล้เคียง
    3. มีความถูกต้องตามรูปแบบโครงงานวิทยาศาสตร์
    4. ต่อยอดโดยการศึกษาพืชที่สามารถลอดความเค็มของเกลือกับพืชชนิดต่างๆและทดลองหลายๆพื้นที่

  8. ด.ญ.พรรณนิภา พรหมหมัด

    1.เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2.ที่มาคือจากการเลี้ยงกุ้งทำให้มีความแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง
    3.ไม่ครบเพราะโครงงานวิทยาศาสตร์นี้ยังขาดการสรุปผลการทดลองอยู่
    4.ก็จะศึกษาการใช้พืชอื่นๆที่แตกต่างนอกจากนี้ที่อาศัยอยู่บนพื้นดินในการชะลอความเค็มของดิน

  9. 1.ทดลอง
    2.การแพร่กระจายของเกลือส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
    3.ไม่ถูกต้อง เพราะควรมีการสรุปผลการทดลอง
    4.ความเป็นกรด-เบสของน้ำ

  10. ด.ญ. รตนพร สมสมัย

    1. เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2. มีการเลี้ยงกุ้งกันเยอะทำให้มีก่รแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง
    3. มีความถูกต้องเพราะเกิดจากการสงสัยจึงต้องหาคำตอบ
    4. เรื่องพืชที่อยู่ใกล้ริมฝั่งทะเลไม่สามารถเจริญเติบโตได้หรือไม่

  11. 1> ประเภทสำรวจ
    2> มีการกระจายเกลือจากนากุ้ง ออกไปที่ใกล้เคียงทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากมาย ทำไห้มีพืชบางชนิด สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีน่าจะนำมาทดลองดูดซับเกลือที่แพร่ออกมาจากนากุ้ง
    3> เป็นการทโครงงานที่ละเอียดรอบครอบ ครบทุกขั้นตอน
    4> จะศึกษาพืชชนิดต่าง ๆ ว่ามีประโยชน์ ช่วยอะไรได้บ้าง อย่างไร

  12. ชลธิชา ศรีสุรินทร์

    1.ตอบ ประเภททดลอง
    2.ตอบ ปัญหาดินเค็ม
    3.ตอบ ถูกต้องเพราะให้เหตุผลได้ดี
    4.ตอบ หาพืชชนิดอื่นที่สามารถปลูกและลดปัญหาดินเค็มได้

  13. ด.ช.อมรเทพ ศุภวิริยกุล

    1.โครงงานประเภททดลอง
    2.เกิดจากปัญหาการแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง
    3.ถูกต้องในแบบของโครงงานอย่างย่อ
    4.เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทดลองจากพืชน้ำเป็นอย่างอื่นหรือใช้ความรู้แก้ปัญหาความเค็มบนดิน

  14. ด.ญ.สุพัตรา สมัยศรี

    1.ประเภททดลอง
    2.จากการเลี้ยงกุ้งนั้นทำให้เกิดการแพร่กระจายของเกลือโดยบริเวณใกล้เคียงทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดการเสียหายผู้ที่จะศึกษาจึงคิดว่าน่าจะพืชที่เติบโตในพื้นที่ที่มีดินเค็มและสามารถดูดซับเกลือได้
    3.ยังไม่ถูกต้องเพราะยังขาดการสรุปผล
    4.ดินมีความเป็นกรด-เบสเท่าไรและพืชชนอนั้นสามารถทดกรดเบสได้เท่าไร

  15. ด.ญ.ศรัญญา ดวงดี

    1.เป็นโครงงานทดลอง
    2.ที่มาคือมีการเลี้ยงกุ้งกัน ทำให้มีการแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง แล้วส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
    3.ยังขาดสรุปผลการทดลอง
    4.อาจจะนำพืชชนิดอื่นมาทำการศึกษาแทน หรือนำไปทดลองบริเวณที่มีเกลือกระจายออกมา

  16. ด.ญ.ระวีวรรณ อัศแก้วมงคล

    1.โครงงานประเภททดลอง
    2.การเลี้ยงกุ้งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก จึงนำพืชบางชนิดมามาดูดซับเกลือที่แพร่กระจายออกมาจากนากุ้ง
    3.มีความถูกต้องตามหลักโครงงานวิทยาศาสตร์ เพราะ มีขั้นตอนในการทดลองครบทุกขั้นตอน
    4.จะนำศึกษาต่อยอดเรื่อง นอกจากพืชนั้นแล้วมีพืชอะไรอีกบ้างที่สามารถลดความเค็มในดินได้

  17. ด.ช. พงษ์เทพ สังขวดี

    1.เป็นโครงงานประเภทการทดลอง
    2.การแพร่กระจายของเกลือที่มาจากการทำนากุ้ง
    3.ไม่ครบ ยังขาดการสรุปผลการทดลอง
    4.ดินที่เค็มเราจะเอามาทำประโยชน์อะไรได้บ่าง

  18. ณัฐธิดา บุญเจริญ

    1.ประเภท ทดลอง
    2.ที่มา พวกเขาเสงเกตเห็นว่าบริเวณที่ทำนากุ้งมีการเค็มกระจายไปทั่วดินบริเวณนั้น พวกเขาจึงคิดหาพืชมาปลูกเพื่อลดความเค็มของดินบรเวณนั้น
    3.โดยทั่วไปก็มีความถูกต้องในการทำโครงงาน เพราะมีหัวข้อต่างๆครบถ้วน
    4.จะต่อยอดเรื่องโดยนำพืชพวกนี้มาลดปัญหาดินเปรี้ยวดูบ้าง ว่าจะมีผลอย่างไร หรือ นำพืช 2 ชนิดนี้ไปเปรียบเทียบว่าพืชใด มีประสิทธิภาพมากว่ากัน

  19. ด.ญ. นิศา อุปรี

    1. ประเภท ทดลอง ‘
    2.มีการเเพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง ออกสู่พื้นที่ใกล้เคียงทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งเเวดล้อม
    3. ถูกต้อง เพราะ มีการตั้งสมมุติติฐาน มีตัวแปรต้น ตัวแปรควบคุม เเละตัวแปรตาม เเละยังมีการทดลองจริง ซึ่งบถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง !
    4.ก็ศึกษาหาพืชต่าง ๆ ! ที่สามารมาดูดซับเกลือได้

  20. ด.ญ.วาสนา กุหลาบ

    1.เป็นโครงงานประเภททดลอง
    2.มีการเลี้ยงกุ้งกัน ทำให้การแพร่กระจายของเกลือที่เกิดจากการทำนากุ้ง
    3.ถูกต้อง เพราะมีการลงมือปฏิบัติ บันทึกผล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลทุกครั้ง
    4.หาพืชต่าง ๆ ที่สามารถมาดูดซับเกลือที่แพร่กระจายออกมา

  21. ศศิปรียา สีหาอาจ

    1.ทดลอง
    2.เกิดจากการที่มีการเลี้ยงกุ้งกัน ทำให้มีเกลือเพิ่มขึ้นจากนากุ้ง พืชบางชนิดจึงสามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำเค็ม
    3.ถูกต้อง เพราะ มีวิธีการทดลองอย่างชัดเจนและบอกตัวแปร
    4.ปริมาณการเจริญเติบโตของผักบุ้งทะเล

  22. ด.ช. ภิเษก ธรรมศิริกุล

    1.ตอบ โครงงานประเภททดลอง
    2.ตอบ กุ้งกัน ทำให้น้ำทะเลเค็มขี้น
    3.ตอบ มีขั้นตอนการทำครบ มีการตั้งปัญหา ตั้งสมมุติฐาน การทดลอง สรุปผลการทดลง
    4.ตอบ ขยะบางอย่างสามารถลดความเค็มของน้ำบ้างได้ไหม

  23. ด.ญ.พัชราภรณ์ กาลจักร์ ม.2/12

    1) โครงงานวิทยาศาสตร์นี้ เป็นโครงงานประเภทใด
    โครงงาน ทดลอง
    2) ที่มาของโครงงานนี้เกิดจากปัญหาใด
    มีการเลี้ยงกุ้งกันบริเวณนั้นจึงทำให้เกิดการแพร่กระจายของเกลือจากนากุ้ง ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและพบว่าพืชบางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเค็มและจึงคิดว่าถ้านำพืชเหล่านั้นมาดูดซับเกลือที่แพร่กระจายจากนากุ้งน่าจะดี
    3)ให้วิจารณ์ว่าโครงงานวิทยาศาสตร์นี้ มีความถูกต้องตามขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์หรือไม่อย่างไร
    โครงงานวิทยาศาสตร์นี้ ก็มีดีเกือบครบทุกอย่างแต่ ไม่มีการสรุปผลการทดลองว่าสิ่งที่เราทดลองนั้นสรุปมาว่าได้อย่างไรแล้วก็ขาด อุปกรณ์ที่เราจะทดลองด้วย
    4) ถ้าครูกำหนดให้นักเรียนศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์นี้ต่อ นักเรียนจะศึกษาต่อยอดเรื่องอะไรต่อไป
    เราลองใช้พืชชนิดที่ไม่ใช่พืชในทะเลมาปลูกดูว่าจะมีการดูดซับเกลือได้ดีหรือไม่

  24. ด.ญ.ปรางค์ฤดี ตุดถีนนท์

    1.โครงงานประเภททดลอง
    2.พืชบางชนิดเติบโตได้บริเวณดินเค็มริมฝั่งทะเลจึงคิดว่าน่าจะนำพืชเหล่านั้นมาดูดซับเกลือที่กระจายออกมาจากนาซึ่งแก้ปัญหาธรรมชาติ
    3.ไม่ถูกต้อง เพราะ ไม่มีการสรุปผลการทดลอง การทดลองทั่วไปต้องมีการสรุปผลการทดลอง
    4.หาพืชชนิดใหม่ๆมาปลูกว่านอกจากผักบุ้งแล้วมีผักอะไรที่ดูดซับเกลือได้ดีกว่าผักบุ้งบ้าง

  25. พนิดา ไม้แก้ว

    1.โครงงานประเภท ทดลอง
    2.เกิดปัญหาดินบริเวณนากุ้ง เกิดปัญหาดินเค็ม เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบข้างนากุ้ง
    3.มีความถูกต้อง เพราะสามารถหาคำตอบได้โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์
    4.ทดลองกับกุ้งพันธุ์อื่น ๆ ในนากุ้งต่างๆ

  26. อยากได้ส่วนประกอบของโครงงานมีมั๊ยค่ะครู

  27. ด.ญ.พิมพิลาไล เตียมใจขัน

    สวัสดีค่ะหนูชื่อด.ญ.พิมพิลาไล เตียมใจขัน ชื่อเล่น หมวย เลขที่32 อายุ 13 คติประจำใจ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
    ความหมายของสิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ไม่มีใครสร้างขึ้นเองได้

  28. อยากขอคำแนะนำในการสร้างเว็บแบบครูกอบวิทย์บ้างจะได้ไหม เพราะอยากทำแบบนี้มานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได็เข้าอบรมศึกษาเลย

    • ด้วยความยินดีครับ หากสนใจลองเข้าไปที่หน้าโครงการครุวิจัยในเว็บบล็อกของผมนี้ แล้วดาวน์โหลดเอกสารคู่มือการใช้งานไปใช้ได้เลยครับ มีอะไรก็ถามมาได้ครับ

  29. ด.ญ. วิจิตรา เชื้อมีแรง

    นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อม .
    ได้รู้หลายอย่างเช่น ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
    และได้รู้เรื่อง วิธีการสำคัญต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการ นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

  30. ดีค่ะได้เรียนรู้การทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 378 other followers

%d bloggers like this: